♥ƒËMÄL€ ▬ YEE   (1899 views)

 

What is ♥ƒËMÄL€ ▬ YEE doing now?

No Return OK
yesterday  ·  Comment »

Age

17

Location

เชียงใหม่, Thailand

Birthday

February 22
 
Advertisement

Info

http://clear323.hi5.com - Send it to your friends

Age

17

Birthday

February 22

Location

เชียงใหม่, Thailand

 

About Me

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

Interests

 

Favorite Books

อดีตผ่านมาแล้ว....ให้ผ่านไป


เราทุกคนต่างมีอดีต
อย่าเอาอดีตมาตอกย้ำเพื่อทำลายอนาคต

ทุกเช้าที่ตื่นลืมตา คงน้อยคนนักที่จะไร้ซึ่งภารกิจที่ต้องกระทำ ชีวิตประจำวันของแต่ละคนจึงผิดแผกแตกต่างตามแต่หน้าที่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ

เชื่อเหลือเกินว่า คนทุกคนต่างมีความมุ่งหวัง มีความฝันที่อยากมีอนาคตที่ดี การที่เราตื่นลืมตาขึ้นมาเพื่อออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง ก็เพื่อก้าวเดินไปสู่จุดที่มุ่งหวังไว้ และต้องทำให้สำเร็จ

คนทุกคนมีอนาคตที่ดี
และมีความเป็นได้สูงที่จะสมดังใจ

แต่ในมุมอีกมุมหนึ่งของความเป็นจริง ยังมีคนที่ยึดติดกับอดีต ยังจมปลักอยู่กับปัญหาชีวิตต่างๆ นานาร้อยพัน บางคนอาจเจ็บปวดกับความรัก บางคนอาจวิตกกังวลเรื่องงาน บางคนอาจมีปัญหาทางการเงิน หลากคนก็หลากปัญหาที่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

และใครบางคนที่ว่าไว้
อาจเป็นตัวเราเองที่กำลังจมดิ่งอยู่กับปัญหาเหล่านั้น

ถ้าตอนนี้เรากำลังทุกข์อกทุกข์ใจ ยังตื่นลืมตาขึ้นมาในทุกเช้าด้วยความปวดร้าว ยังลืมอะไรที่ฝังในหัวไม่ลง ยังยึดติด ยังจมปลัก ยังวนเวียนอยู่ในร่องรอยของอดีต

เราจะกลายเป็นผู้แพ้
และผู้แพ้คนนั้น
ก็เป็นผู้ทำลายอนาคตด้วยมือของตัวเอง

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า...

" นกที่ตื่นแต่เช้า
มักจะได้หนอนที่อร่อยที่สุด "

อย่ามัวแต่หลับหูหลับตาจมอยู่แต่อดีตต่อไปอีกเลยดีกว่า จงกล้าหาญอย่างนกเสรีที่พร้อมจะกางปีกบินในทุกๆ เช้า และพร้อมออกไปเผชิญโลกกว้าง ไปผจญภัย และคว้าชัยชนะมาไว้เป็นของตัวเอง

หนอนที่อร่อยที่สุด ก็คืออนาคตที่สวยงามที่สุด ซึ่งรอวันจะตกเป็นของนกเสรีและมีความกล้าหาญ และเราก็มีโอกาสเป็นนกตัวนั้นได้เสมอ ถ้าใจเราพร้อมเริ่มต้นใหม่ พร้อมสลัดทุกความทุกข์ออกไปจากใจ อย่างคนที่เข้าใจและยิ้มรับมัน

ให้โอกาสตัวเองอีกสักครั้ง ด้วยการเอาเรื่องอดีตที่ทำให้เป็นทุกข์ออกไปวางให้ห่างตัว บอกตัวเองให้ยิ้มสู้ ย้ำเตือนตัวเองว่าเรายังมีปัจจุบันที่ต้องดำเนินไป และเรายังมีอนาคตที่ก้าวไกลรอเราอยู่

อดีตก็จงปล่อยให้เป็นเรื่องของอดีต เก็บส่วนที่ดีเอาไว้ในความทรงจำ สิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุดก็คือปัจจุบัน อยู่เพื่อเรียนรู้มันด้วยความรักและความเข้าใจ เพื่อเป็นหนทางที่ดีสู่อนาคตที่สดใส และย้อนกลับมามอบความภาคภูมิใจให้แก่เรา

ผู้เป็นเจ้าของชีวิต
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


 

Applications

Browse Applications

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

♥ƒËMÄL€ ▬ YEE has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for ♥ƒËMÄL€ ▬ YEE

Nov 26 1:15 AM
 
" ไม่ต้องรักกันเพิ่มขึ้น แค่อย่าให้ความใส่ใจลดน้อยลง "



ความรัก...มักจะหวือหวาในตอนแรก
แต่เมื่อคนสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ระดับความตื่นเต้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
พอเป็นแบบนี้ หลายคนเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในใจว่า "เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า"
เริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ค่อยมีความสำคัญ" สำหรับเขาเหมือนเดิมแล้ว

เมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเอาใจใส่จากคนรักน้อยลง
มักจะคิดว่าความรักที่เขามีต่อตัวเองก็ "น้อยลง" ตามไปด้วย

ฉันคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องแสดงออกตลอดเวลาว่ารักมากหรือรักน้อย
เพราะถ้าความรักยังอยู่กับเราเหมือนเดิม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเป็นห่วง
ลองคิดดูสิว่า หากเขาดูนิ่งๆ ไม่ค่อยใส่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้นอกใจเราแม้แต่นาทีเดียว
กับการที่เขามีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นเต้น และคอยเอาใจเราเป็นอย่างดี
แต่เขาแอบคบคนอื่นไปพร้อมๆ กันอีกสามคน
ถ้าให้เลือก…เราจะเลือกคนแบบไหนล่ะ
ก็ต้องเป็นคนที่ "รักเราคนเดียว" อยู่ดีนั่นแหละถูกไหม
ดังนั้นการที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาแสดงออก
แล้วตัดสินใจว่าเขารักน้อยลง เพราะทำดีกับเราน้อยลง อาจทำร้ายจิตใจกันและกันทั้งสองฝ่าย

แต่ถ้าเรายอมรับความจริงจุดนี้ได้ แต่เขาก็ยังเอาใจใส่เราน้อยลงอยู่ดี
ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องกล้าพูดในสิ่งที่เราค้างคาใจ
ก่อนจะเปิดใจคุยกัน เราต้องรู้เสียก่อนว่า "เราต้องการอะไร" แล้วพูดออกไปตามที่รู้สึก
ฉันมั่นใจว่าเขาต้องยอมรับฟัง และเก็บเอาไปแก้ไขปรับปรุงแน่

ไม่มีอะไรที่คนรักกันจะทำให้กันไม่ได้
หากเรื่องที่ร้องขอ…ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากลำบากอะไร
เขาอาจโทร.หาเราบ่อยขึ้น หากเขารู้ว่าเราจะไม่สบายใจ ถ้าเขาหายไปทั้งวันโดยไม่บอกกล่าว
หรือเขาคงเลือกที่จะอยู่กับเราให้มากกว่าเดิม
หากรู้ว่าเราน้อยใจ ที่เขาเอาแต่ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนฝูง

ทุกปัญหาล้วนมีทางออก แต่เราต้องค้นให้เจอก่อนว่าอะไรคือปัญหา
ผู้หญิงจะชอบคิดว่า "เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมทำให้กันไม่ได้"
ผู้ชายจะคิดว่า "เขาก็เป็นของเขาแบบนี้แหละ"
บางทีผู้ชายก็เบื่อที่จะเอาอกเอาใจแฟนตัวเอง เพราะเจอกันทุกวัน บางคนก็อยู่ด้วยกันทุกวัน
เขาอาจจะคิดว่า "ทุกอย่างก็ดีอยู่แล้ว"
ยิ่งเราไปโวยวายจะให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่าถูกออกคำสั่ง
ซึ่งผู้ชายจะ "เกลียดที่สุด" ถ้าผู้หญิงมาสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ตามใจชอบ

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน
ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"
แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่
เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ
 
Nov 26 1:08 AM
 
" 10สาเหตุ ที่ทำ ให้คู่รักเลิกกัน มากที่สุด "



หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า เอ... ทำไมเขาหรือเธอคนนั้นจึงเลิกลาจากเราไป บางคนอาจโทษอีกฝ่ายหลายคนก็โทษตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่มองย้อนกลับไปในขณะคบกันว่าเราทำอะไรผิดไปบ้าง ลองมาดูกันเผื่อจะระลึกได้ หรืออาจเป็นประโยชน์หากคุณยังคบกันอยู่ ดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านี้แหละที่อาจทำให้คุณเลิกลากันไป

เอาแต่ใจตัวเอง

เป็นเรื่องธรรมดามากที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมากหรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป

การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขาในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

หึงแบบไร้ขีดจำกัด

คงจะห้ามกันได้ยากเรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้นคงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ

บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ

ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ

ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น

ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำเพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่าสำหรับเขา แต่ต้องระวังนะคะ เพราะมองอีกมุมคือคุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หญิงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมองคุณเป็นคนไม่ดีเอามากๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดีค่ะ

เชื่อเพื่อนมากเกินไป

บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ เพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัวติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทนคุณไปหมดว่าแฟนคุณดีพอสำหรับคุณหรือเปล่า

โกรธแล้วไม่พูดด้วย

เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิดแล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

นัดแล้วไม่เป็นนัด

การเลื่อนนัดประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบนัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ

พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น

อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ

โกหก

บางคนโกหกเป็นนิสัยทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ
 
Nov 26 1:06 AM
 
โชคชะตา...พาให้พบเธอ


มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน
เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน
ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน
โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด
เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้ง งง และ เสียใจ มาก
ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น
ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา
เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู
เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า
หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต
ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย
ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้
ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย
เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า
ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง
สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ
เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น
หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ
ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ
ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน
เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป
กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล

ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น
เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด
เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา
เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น
เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา
เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ
ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด
เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา
เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร
จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป

จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น
และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ
พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม
ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ
ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ
จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน

เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก
หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด





คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง ,
ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย


เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน
เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่
ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง
เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อ
 
Nov 26 12:02 AM
 
ดีจ๊ะ

มาแล้วหรอ
อิอิ
เรียนเลิกนานแล้วอะจิ
 
Nov 26 12:01 AM
 
ไม่ให้เห็นหรอก

555+
 
Nov 25 11:19 PM
 
ทักทายๆ


ทำไรอยู่จ้า



วันนี้ไปเรียนป่ะ!!!
 
Nov 25 4:49 AM
 
เออ

กุก้อว่างั้นแหละ

555555555

ปกติเหนไ
 
Nov 25 1:50 AM
 
ว่าจะได๋

จะบายดีก้อ

อากาศเย็นก้อ

ฮักษาสุขภาพตวยเน้อ
 
Nov 25 12:44 AM
 
บ่ะไปเที่ยวไหนหรา


เเวะมาเม้นๆไห้น่ะ /// /
 
Nov 24 11:58 PM
 
ถาม - รักแท้มีจริงหรือไม่?

อันนี้แยกได้เป็นหลายคำตอบ บทสรุปหนึ่งก็คือว่า รักแท้น่ะมีจริง แต่ที่จริงกว่านั้นคือกิเลส หมายความว่าถ้ามองตามสายตาทางโลกก็ต้องว่ามี แต่ถ้ามองตามสายตาทางธรรมก็ต้องว่ารากของรักแท้นั้นมาจากกิเลสนี่เอง ที่รักแท้จะมีอันต้องกลับกลายเป็นรักเก๊ ก็ด้วยกิเลสอันเดียวกันอีกนั่นแหละ โดยมีตัวแปร เช่น บุคคล เวลา และสถานการณ์มาร่วมสมการกิเลส

จะวัยรุ่น หนุ่มสาว หรือย่างเข้าวัยกลางคนก็ตาม คนเราพอถามหมอดูทีไร ก็มีคำถามอยู่ไม่กี่คำ เช่น เมื่อไหร่จะเจอเนื้อคู่ เนื้อคู่มีลักษณะเช่นไร มาจากไหน อย่างฉันนี้เมื่อไหร่จะสมหวังเสียที หรือไม่มีโอกาสอีกแล้ว ฯลฯ สะท้อนให้เห็นคล้ายๆทุกคนจะเชื่อเหมือนกันว่าใครๆต่างก็มีคู่แท้ที่จะครองรักกันอย่างมีความสุขไปจนตาย แถมตายแล้วยังจองจะเจอกันต่ออีก

คนเรามักตั้งมุมมองเกี่ยวกับตัวเองไว้ในแง่ความหวัง ความสมหวัง อยากให้เนื้อคู่เราหล่อ สวย รวย เก่ง เอาใจ ไม่เจ้าชู้ ฯลฯ ถึงปากจะบอกว่าผิดจากนั้นก็หยวนได้ ขอแค่สองสามข้อก็พอ แต่ใจลึกๆต่างก็หวังว่าจะมีอะไรแบบลอยมาจากฟ้า เกิดมาเพื่อเป็นคู่กับเราด้วย แสนดีไปทุกอย่างด้วย วัดกันได้ชัดตอนอยู่ด้วยกันแล้ว อะไรนิดอะไรหน่อยขวางหูขวางตาไปหมด หมีกินผึ้งยังเรียกพี่ นั่นสะท้อนว่าคนเราอยากเอาอะไรอย่างใจ ไม่จริงหรอกที่บอกว่ามีที่ตินิดๆหน่อยๆไม่เป็นไร เพราะต่อให้ดีพร้อมขนาดไหน ก็ต้องมีเรื่องไม่ถูกใจ ไม่ลงกัน อยู่ด้วยกันแล้วต้องบ่น “เซ็งจริงๆพับผ่า” เข้าจนได้

สำหรับคนไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องภพชาติ แต่เชื่อเรื่องดวง ก็จะมองไปว่าธรรมชาติเสกคู่เตรียมไว้ให้เราโดยเฉพาะ ความรู้สึกเกี่ยวกับ “เนื้อคู่” จะจำกัดอยู่เท่านั้น แต่สำหรับคนที่เชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องภพชาติแบบตามๆกันมา ก็จะมองไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ใกล้เคียงกับประเภทแรกอยู่นั่นเอง กล่าวคือเชื่อว่าเราจะต้องมีใครอยู่คนหนึ่ง ทำบุญร่วมกันมา แล้วจะต้องติดตามกันไปตลอด ชนิดไม่พรากจากกัน

อันนี้ถ้าศึกษาเรื่องกรรมอย่างเข้าใจจริงๆ และศึกษาโดยเอาชาตินี้เป็นหลักเป็นฐานอ้างอิง ก็จะเห็นว่าคนเราอาจคิดไม่เหมือนกัน พูดไม่เหมือนกัน และทำไม่เหมือนกัน คนที่คิด พูด ทำใกล้เคียงกัน คบหากันแล้วจะมีความสุข อันนี้ยังไม่ต้องแบ่งแยกว่าดีหรือเลว เอาเป็นว่าอัธยาศัยต้องกันแล้วโน้มเอียงที่จะสบายใจ ไม่เป็นอื่นต่อกัน

เมื่อเริ่มด้วยความเป็น “ธาตุนิสัยเสมอกัน” สิ่งที่ตามมาก็เป็นไปตามครรลอง คือส่งเสริมกันไปในทางที่ชอบใจ เช่น ถ้าต่างมีดวงจิตน้อมไปทางกุศลก็จะชวนกันคิด พูด ทำไปในทางกุศล แต่ถ้าต่างมีดวงจิตน้อมไปทางตรงข้าม วันคืนผ่านไป ก็จะชวนกันก่อเรื่องเดือดร้อนให้ตนเองและคนอื่นมากขึ้นทุกที

ถ้าเข้าใจตรงนี้ ก็ต้องชี้ว่า ก่อนจะมี “คู่แท้ที่ติดตามกันทุกภพชาติ” ได้นั้น ก่อนอื่นน่าจะต้องมีธาตุนิสัยไปในทางกุศลพร้อมๆกันเสียก่อนเป็นปฐม จึงสามารถสร้างเหตุ สร้างปัจจัยที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในภายหลัง ถ้าไม่มีปฐมเหตุคือจิตที่คิดดี ปากที่พูดดี และมือไม้ที่ลงมือทำดีแล้ว จะไปสร้างเหตุแห่งความสบายใจร่วมกันได้อย่างไร มีแต่จะสร้างเหตุแห่งความเดือดร้อน ขัดใจ เจอกันแล้วเหม็นขี้หน้ากันเสียมากกว่า

แต่ก็น่าเห็นใจที่มีบางคู่ ทำเวรทำกรรมอะไรกันมานักก็ไม่ทราบ เจอกันแล้วมีความดึงดูด หรือเหตุปัจจัยให้หลงรักกันเหลือเกิน อยากจะดันทุรังอยู่ด้วยกันให้จงได้ แม้เครื่องแสดงแวดล้อมจะบอกว่าไม่เหมาะ มีความเสมอกันเพียงผิวนอกเล็กๆน้อยๆ คือมีเหลี่ยมมุมที่เผอิญหันมาชนกันแล้วสอดรับกันได้นิดหน่อย แต่แท้ที่จริง โดยแก่นอันเป็นภายในแล้ว หาความเสมอกันไม่ได้เลย ข้างนอกเหมือนหลอกกันว่าสุกใส พอดูข้างในมีแต่โพรงกลวงไปหมด

ในธรรมบทมีอยู่บทหนึ่งท่านกล่าวไว้ว่าสิริกับกาลีมาอยู่ด้วยกัน ความวิบัติก็เกิดขึ้นเอง อันนี้เป็นเรื่องจริง ถ้าคิด พูด ทำต่างกันมากๆ คนหนึ่งไปทางบุญ อีกคนไปทางบาป อยู่กันก็รังแต่จะมีเรื่องร้อนๆตลอด และกรรมจะเป็นผู้แยกทางให้ ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย ฝ่ายดีจะยิ่งได้ไปดีขึ้น ส่วนฝ่ายร้ายก็จะยิ่งได้ไปเสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส โดยเอาเวลาที่อยู่ร่วมกันนั่นเองเป็นเครื่องสร้างอนาคต กล่าวคือฝ่ายดีจะได้บำเพ็ญทั้งขันติ ทั้งอภัยทาน และอีกสารพัด ส่วนฝ่ายร้ายก็จะได้ก่อเวร ทั้งความเบียดเบียน ทั้งนิสัยถืออำนาจบาตรใหญ่

รายละเอียดเรื่องการครองคู่นั้นพิสดารลึกซึ้งนัก แต่พอสรุปได้คร่าวๆ คือ อยู่ดี อยู่ร้าย และอยู่ครึ่งดีครึ่งร้าย โดยมากจะเป็นแบบที่สาม คือครึ่งดีครึ่งร้าย เพราะฉะนั้นโดยมากเช่นกัน ที่คนเราจะเจอรัก “ครึ่งแท้ครึ่งปลอม” กัน นอกจากรักแท้แพ้ใกล้ชิดแล้ว ต้องบอกด้วยว่ารักแท้แพ้กรรมเก่า คนเราถ้าเคยร่วมบาปมากกว่าร่วมบุญกันมา อยู่ด้วยกันป๊อบแป๊บ วันหนึ่งก็ต้องมีเหตุให้แยกจากกัน แล้วไปเสี่ยงบุญเสี่ยงกรรม หาคนใหม่ที่เคยร่วมดีร้ายมาหนักเบากว่ากันอีก
 
Nov 24 6:45 AM
 
SWEET DREAM.. .


miss miss < < <
 
 
Nov 24 2:04 AM
 
ทักทายตอนเย็นน่ะ

ทำรายอยู่หรา / / อิอิ
 
Nov 24 1:55 AM
 
เดี๋ยวนี้ได้มาเล่นเน็ตปะวะ

สงสัยจะกลัว

5555555555
 
Nov 22 5:35 AM
 
กูเบื่อบ้านว่ะสาดดดด
 
Nov 22 5:21 AM
 
ทักทายดึกๆ



หนาวแล้วๆนอนห่มผ้าด้วยเน้อออ
 
 
Nov 22 3:14 AM
 
อุ๊ย

แต่กุว่าเข้ากะเมิงมากกว่าวะ

555555555555

กินไรด้วยนะเมิง

เปนห่วง

อิอิ
 
 
Nov 21 4:24 AM
 
ดีใจคับ

ที่ยังจำกัอยู่

อิอิอิ

Title
body